เหตุผลของการ Ignorance : กรณีศึกษาจากแม่ของฉัน

Published by Sorawich on

ช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมืองก็ถือว่าร้อนแรงมาก มีการชุมนุมลุกลามไปทั่วประเทศ ซึ่งข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมก็ถือว่ารุนแรงพอสมควรเลย ทำให้หลายคนเลือกที่จะ ignorance หรือไม่สนใจการเมืองไปเลยเพราะไม่อยากเสี่ยง หนึ่งในนั้นก็คือแม่ผมเอง ทำให้ได้แง่คิดหลายๆอย่างที่อยากฝากเพื่อนๆ ลองพิจารณากันดูนะครับ

ตั้งแต่เกิดมา เห็นเหตุการณ์ชุมนุมมาหลายครั้ง ไม่เคยอิน ไม่สนใจ ไม่ชอบเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย และไม่ชอบภาพความรุนแรง…

Posted by June Chalida on Friday, October 16, 2020

เริ่มด้วยสองสามวันก่อน แม่ผมได้แชร์โพสต์ของเพื่อนของแม่คนหนึ่ง ที่ลูกของเค้า “อิน” กับการเมืองเกินไป พร้อมตรรกะคลาสสิค “ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล เราก็ยังต้องใช้ชีวิตตามปกติของเราต่อไป ทำงาน หาเงิน สร้างความมั่นคงให้ชีวิตด้วยตัวเราเองเหมือนเดิมทุกอย่าง ” ด้วยแคปชั่นที่ว่า “ผู้ใหญ๋เค้าคิดแบบนี้นะ”

ซึ่งก็ไม่ผิดนะครับ ที่ผู้ใหญ่จะคิดแบบนั้น เพราะสภาพสังคมเราบอกตรงๆ ก็สิ้นหวังกับการเมืองมามากแล้ว ผู้ใหญ่ผ่านการชุมนุมทางการเมืองมามากครั้ง เปลี่ยนมาหลายรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของเค้าดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้คนรุ่นนั้นเกลียดการเมือง จนเลิกสนใจไปในที่สุด แม่ผมก็เช่นกัน

“คนมีการศึกษา เค้าไม่ยุ่งกับการเมือง” คือคำที่แม่ผมบอกกับผมเสมอเวลาเห็นข่าวการเมืองในโทรทัศน์ ยังดีที่แม่ผมไม่ถึงกับดูเนชั่น ทำให้ความคิดยังไม่รุนแรงมากเท่าไร แต่สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ของคณะราษฏร์ 2563 แม่ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการก้าวล่วงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ถึงแม้ผู้ชุมนุมจะบอกว่ายังต้องการสถาบัน เพียงแต่ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 14 ตุลาคม 2563 มันเกินเลยจนคนรุ่นเก่ารับไม่ได้จริงๆ รวมถึงการปราศรัยที่จาบจ้วง วิพากษ์วิจารณ์สถาบันด้วย ทำให้คนที่เฉยๆกับการเมือง รู้สึกไม่สบายใจไปด้วย

“ต่อให้ท่านไม่ดียังไง สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังเป็นขวัญกำลังใจกับประชาชนชาวไทยนะ” จุดยืนสั้นๆของแม่ผมเกี่ยวกับสถาบันฯ ทำให้แม่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมครั้งนี้มากนัก แม่ยังบอกว่า ต่อให้เราอยากได้สวัสดิการอะไรเท่าไร ก็ใช่ว่ารัฐบาลไหนจะให้เราได้หรอก เค้าก็โกงกินของเค้าทั้งนั้น ความจริงครอบครัวผมควรจะโกรธแค้นสังคมนี้ด้วยซ้ำนะ เพราะช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ครอบครัวผมได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ โดยที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ก็มีความคิดที่ว่า “เรียกร้องไปก็เท่านั้น ช่วยเหลือตัวเองดีกว่า” ทำให้คิดได้ว่า คนรุ่นเก่าไม่เข้าใจเลยว่า การเมืองเกี่ยวข้องกับชีวิตเค้ายังไง สวัสดิการที่ดีทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้้นยังไง แต่ผมกลับสงสารแม่และคนรุ่นก่อนนะ ที่ถูกทำให้สิ้นหวังขนาดนั้นอ่ะ

อย่างไรก็ตามผมก็หวังว่าบ้านเมืองจะพบทางออกที่ดี ที่คนทุกรุ่นหาทางออกร่วมกันได้ ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรอย่างสงบสุข มีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์เสียที เอาใจช่วยครับ ประเทศไทย





Sorawich

เด็กหนุ่มออทิสติกที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับวงการโทรทัศน์ วงการเกม เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเมือง